ติดต่อทีมงาน : muhibbullah7@hotmail.com
Login
ชื่อเข้าระบบ :

รหัสผ่าน :


ลืมรหัสผ่าน..?

ลงทะเบียนเดี๋ยวนี้..!

Main Menu

Who's Online
101 กำลัง Online (1 กำลังค้นหาข้อมูลใน กระดานข่าว)

สมาชิก: 9
ผู้เยี่ยมชม: 92

Arianadszo, femkejanse, allianoram, MDew, R3094, K8859, JFCT, Carinoztgl, MDortch, มีต่อ...

Chalermthaigoat.com หน้าแรกของกระดานข่าว
   แพะ-แกะ
     อัคระ ธิติถาวร เลี้ยงแพะนมครบวงจร เกษตรกรตัวอย่าง
สมัครสมาชิกเพื่อใช้งาน

Threaded | ของใหม่ขึ้นก่อน กระทู้ก่อนนี้ | กระทู้ถัดไป | ลงข้างล่าง
ผู้ส่ง ข้อความ
muhib
ส่งมาเมื่อ: 2008/1/26 16:58
Moderator
เข้าร่วมเมื่อ: 2007/4/20
จาก:
ถามตอบ: 78
อัคระ ธิติถาวร เลี้ยงแพะนมครบวงจร เกษตรกรตัวอย่าง
รายงานพิเศษ แลงานเกษตรภูเก็ต เมืองไข่มุกแห่งอันดามัน

สายฝน ฟาร์เรล

อัคระ ธิติถาวร เลี้ยงแพะนมครบวงจร เกษตรกรตัวอย่างของชาวภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นตลาดสินค้าด้านเกษตรที่สำคัญของภาคใต้ตอนบน เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่เป็นเกาะ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญติดระดับโลก ทำให้คนส่วนใหญ่หันไปประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวมากกว่าอาชีพด้านเกษตรกรรม ฉะนั้น ผลผลิตด้านการเกษตรส่วนใหญ่จะมาจากนอกพื้นที่มากกว่าจะผลิตได้เอง โดยเฉพาะสินค้าด้านปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น โค กระบือ กระทั่งแพะ ที่มีการเลี้ยงกันไม่มากนัก เพราะอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ และสิ่งแวดล้อมของเมืองท่องเที่ยว ดังนั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าล้นตลาด ที่สำคัญผู้บริโภคยังมีกำลังซื้ออีกด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนจังหวัดภูเก็ต และได้ไปเยี่ยมชมฟาร์มแพะนมที่ได้มาตรฐานของเกษตรกร ณ อำเภอถลาง ถือเป็นฟาร์มแพะนมที่น่าสนใจ เนื่องจากมีการผลิตแพะนมครบวงจร มีการแปรรูปเป็นนมแพะสดพาสเจอไรซ์ ผ่านการรับรองฟาร์มปลอดโรคจากกรมปศุสัตว์ รวมทั้งผ่านการตรวจรับรองคุณภาพจากองค์การอาหารและยา (อย.) อีกด้วย เกษตรกรคนเก่งที่กล่าวถึงก็คือ คุณอัคระ ธิติถาวร อยู่บ้านเลขที่ 43/1 หมู่ที่ 3 ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เบอร์โทรศัพท์ (089) 196-6003

แต่ก่อนที่จะไปพูดคุยกับเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม ผู้เขียนก็ได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ตที่ได้ให้ข้อมูลพื้นฐานด้านปศุสัตว์ของจังหวัดภูเก็ตเพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

คุณไมตรี ชีวธารณากร นักวิชาการสัตวบาล สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต บอกว่า เกษตรกรในจังหวัดภูเก็ตจะเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิดแตกต่างกันออกไป แต่มีปริมาณไม่มากนัก เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ และสถานภาพของเมืองท่องเที่ยว ฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีการเลี้ยงสัตว์ในลักษณะฟาร์มใหญ่ๆ แต่ก็มีการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกร แม้จะมีพื้นที่เลี้ยงไม่มากนัก ก็เลยวิเคราะห์กันว่าแพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด ขายได้ราคาดี รวมทั้งไม่ทำลายสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์

"สิ่งที่เราเข้าไปส่งเสริมคือ ทำอย่างไรให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์แล้วคุ้มค่ากับพื้นที่ที่มีอยู่จำกัดให้ได้ เลยคิดว่าแพะน่าจับตามอง นอกจากจะขายเนื้อแพะแล้วยังขายในรูปแบบนมสด และสายพันธุ์ได้อีกด้วย นั่นคือ สร้างมูลค่าได้มากกว่าสัตว์เศรษฐกิจชนิดอื่น ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีฟาร์มแพะที่ได้มาตรฐานประมาณ 20 ฟาร์ม มีเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะประมาณ 102 ราย และมีประชากรแพะทั้งจังหวัดประมาณ 2,000 กว่าตัว ถือว่าเป็นตลาดแพะที่ใหญ่ที่สุด เพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อ สู้ราคาได้ แต่ยังมีแพะไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด" คุณไมตรี กล่าว

นอกจากนี้ คุณไมตรียังกล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่เกษตรกรจะต้องใส่ใจก็คือ เรื่องคุณภาพ และมาตรฐานของนมแพะและเนื้อแพะที่ต้องมีมาตรฐานสม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นจะสูญเสียลูกค้าในที่สุด อีกประการคือ ทางปศุสัตว์จังหวัดได้เข้าไปสนับสนุนให้มีการสร้างเครือข่ายของเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะของจังหวัดภูเก็ตเพื่อถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยีการเกษตรใหม่ๆ ซึ่งกันและกัน และช่วยสร้างความเข้มแข็งด้านการตลาดให้กับเครือข่ายเกษตรกรอีกด้วย

ด้านคุณอัคระ เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ก่อนที่จะหันมาจริงจังกับการเลี้ยงแพะนมนั้น ก็เริ่มต้นอาชีพเกษตรกรรมด้วยการปลูกผักปลอดสารพิษ ทำมาได้ระยะหนึ่งก็ประสบปัญหาน้ำท่วม ผลผลิตต่างๆ ได้รับความเสียหาย ช่วงปลูกผักก็เลี้ยงแพะเนื้ออยู่บ้างแล้วแต่ไม่มากนัก เลี้ยงเพื่อเอามูลสัตว์มาใช้ปลูกพืชผัก ก็เห็นว่าแพะก็ทำรายได้ดี ประกอบกับมีพ่อค้าแพะมาติดต่อหลายราย ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา เลยวางแผนขยายกิจการด้านการเลี้ยงแพะ เริ่มจากแพะเนื้อ เลี้ยงมาได้ระยะหนึ่งก็ประสบปัญหามีพื้นที่ไม่มากนัก ใช้เวลาปรับปรุงพันธุ์ประมาณ 2 ปีกว่าๆ ก็กลายมาเป็นแพะนมในปัจจุบัน ที่ไม่ต้องเพิ่มปริมาณแพะ แต่สามารถสร้างมูลค่าให้กับผู้เลี้ยงได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน นมแพะก็ยังมีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก

คุณอัคระ กล่าวว่า หลังจากมีการปรับปรุงพันธุ์ มีปริมาณแพะนมเพิ่มขึ้น ผลผลิตน้ำนมดิบก็เพิ่มขึ้น ประกอบกับคนเริ่มสนใจนมแพะที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างมาก ทำให้หันมาแปรรูปเป็นนมแพะพาสเจอไรซ์พร้อมดื่ม ตรา "พรุจำปา" ขวดละ 250 ซีซี จำหน่ายหน้าฟาร์มขวดละ 15-17 บาท ปัจจุบันผลผลิตน้ำนมดิบ ประมาณ 700-800 ลิตร ต่อเดือน นอกจากขายนมสดแล้ว รายได้ส่วนหนึ่งก็มาจากการขายพันธุ์แพะ สำหรับลูกแพะตัวเมีย อายุ 3 เดือน ราคาตัวละ 5,000 บาท อายุ 8 เดือน ถึง 1 ปี ราคาตัวละ 8,000-10,000 บาท ส่วนตัวผู้จะขายเป็นพ่อพันธุ์แพะนม ส่วนหนึ่งก็จะจำหน่ายเป็นแพะเนื้อ หรือแพะขุนไป ขายทั้งตัวราคากิโลกรัมละ 120 บาท ถ้าเป็นเนื้อแพะชำแหละในท้องตลาดทั่วไป ราคากิโลกรัมละประมาณ 200 บาท จะเห็นว่าตลาดแพะในจังหวัดภูเก็ตขายได้ราคาดี

สำหรับทิศทางการเลี้ยงสัตว์ในเมืองไทย คุณอัคระ กล่าวว่า เมื่อก่อนเราไม่เคยให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับแพะเท่าที่ควร แต่ปัจจุบันเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ถือว่ามีศักยภาพสูงสุด เพราะว่าเป็นสัตว์ที่ตอบสนองต่อทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี เป็นสัตว์ที่ให้ผลผลิตได้เต็มศักยภาพของตัวสัตว์ เพราะสัตว์ 1 ตัว สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งเนื้อและนม และส่วนต่างๆ ของแพะสามารถใช้ประโยชน์ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นหนัง ขนแพะ และเป็นสัตว์ที่รัฐบาลส่งเสริมให้คนไทยดื่มนม เช่น ส่งเสริมนมโรงเรียน ให้ประชากรของเราได้ดื่มนมกันทั่วถึง อย่างนมวัวเราก็ผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ ฉะนั้นก็จะมีการนำเข้านมวัวส่วนหนึ่ง ผมมองว่าสังคมชนบทถ้าครอบครัวหนึ่ง เลี้ยงแพะครอบครัวละ 2 ตัว ก็สามารถมีนมไว้บริโภคกันเองในครัวเรือน ผลพลอยได้ เนื้อแพะก็สามารถจำหน่ายได้เช่นกัน

"ที่ผ่านมามีการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชแซมในสวนยางพาราเพื่อสร้างรายได้เสริม แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าพืชชนิดใดที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด ผมมองว่าการเลี้ยงแพะในสวนยางพาราก็สามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนคุ้มค่าเช่นกัน มูลของแพะก็จะเป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับต้นยางพาราเป็นการพัฒนาพื้นที่ที่ยั่งยืน เพราะลดการใช้สารเคมีในผืนดิน ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางหรือสวนไม้ผลต่างๆ ที่ต้นไม้โตเกินกว่าที่แพะจะทำลายได้ ดังนั้น แพะจึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจทำเงินที่น่าสนใจของชาวภูเก็ต ณ เวลานี้" คุณอัคระ กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน ฟาร์มแพะนมของคุณอัคระ ได้กลายเป็นศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเกษตรประจำตำบล เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการเลี้ยงแพะนมให้กับเกษตรกรผู้สนใจทั่วไป ด้วยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต เป็นการทำงานแบบบูรณาการโดยยึดหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย สำหรับท่านใดที่สนใจการเลี้ยงแพะนม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอัคระ ตามที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ข้างต้น

อ้างอิงจาก--
http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=0565150450&srcday=2008/01/15&search=no



----------------
รักแท้ร่วมแก้ไข ร้อยดวงใจพัฒนา
E29KVH

Threaded | ของใหม่ขึ้นก่อน กระทู้ก่อนนี้ | กระทู้ถัดไป | ขึ้นข้างบน

สมัครสมาชิกเพื่อใช้งาน
 
Search