ติดต่อทีมงาน : muhibbullah7@hotmail.com
Login
ชื่อเข้าระบบ :

รหัสผ่าน :


ลืมรหัสผ่าน..?

ลงทะเบียนเดี๋ยวนี้..!

Main Menu

Who's Online
68 กำลัง Online (1 กำลังค้นหาข้อมูลใน ข้อมูลข่าวสาร)

สมาชิก: 5
ผู้เยี่ยมชม: 63

NaivePower, wolfuef, GHowie, unDdyoddyl, GFullerto, มีต่อ...

บทความ : เลี้ยงแพะ ขายทั้งเนื้อและนม เส้นทางสร้างรายได้ที่ชะอำ
ประกาศโดย Mr. Webmaster on 2007/3/28 22:30:00 (2592 อ่าน)
บทความ

ในพื้นที่ของอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในวันนี้ กิจกรรมด้านการประกอบอาชีพที่กำลังสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีแก่เกษตรกรในพื้นอย่างหนึ่งคือ การเลี้ยงแพะ และถือเป็นกิจกรรมที่กำลังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือกรมปศุสัตว์

แพะในวันนี้ จึงกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้อย่างดี และมีการสนับสนุนจากสำนักงานปศุสัตว์เพชรบุรี และปศุสัตว์อำเภอชะอำ ให้ขยายการเลี้ยงออกไปมากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด

ที่ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ อันเป็นแหล่งที่มีการเพาะเลี้ยงแพะกันมากในพื้นที่แห่งนี้ และเป็นเสมือนศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้สำหรับผู้สนใจต้องการเยี่ยมชมและศึกษาแนวทางการเลี้ยงแพะ จึงมีผู้มาเยี่ยมเยือนกันอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่แห่งนี้ แต่เดิมนั้นเกษตรกรจะประกอบอาชีพการปลูกสับปะรดจำหน่าย แต่ในวันนี้หลายสิบครอบครัวได้ปรับเปลี่ยนอาชีพมาสู่การเลี้ยงแพะที่สามารถสร้างรายได้ให้ดีกว่า

Mr.Thawach Muang-Umingแพะ สัตว์ที่สามารถให้ผลตอบแทนได้ทั้งในรูปของเนื้อและนม ได้สร้างชีวิตใหม่กับเกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้ อย่างครอบครัวของนายธวัช ม่วงอุมิงค์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 7 ตำบลสามพระยา เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่ประสบความสำเร็จกับการเลี้ยงแพะจำหน่าย (คลิกอ่านบทความที่เกี่ยวข้อง)

"ตอนนี้ของผมเน้นที่การเลี้ยงแพะเพื่อรีดนมจำหน่าย" เขากล่าวถึงรูปของการเลี้ยงแพะในปัจจุบันที่เน้นการจำหน่ายน้ำนมแพะเป็นหลัก

ในขณะที่อีกหลายครอบครัวก็เน้นการเลี้ยงแพะเพื่อจำหน่ายเป็นเนื้อ นมแพะที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ มิได้ส่งต่อให้กับพ่อค้าคนกลางอีกทอดหนึ่ง แต่พวกเขาเลือกที่จะผลิตน้ำนมแพะบรรจุขวดส่งออกจำหน่ายเอง อันเป็นการเพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้น

นมแพะของเกษตรกรที่ร่วมมือกันในตำบลสามพระยา ได้ออกสู่ตลาดภายใต้เครื่องหมายการค้าว่า โรยัสสยาม เจ้าของฟาร์มแห่งนี้ได้ย้อนอดีตก่อนที่จะกลายมาเป็นฟาร์มแพะนมคุณภาพว่า แต่เดิมนั้นก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ยึดอาชีพในการปลูกสับปะรดจำหน่ายเลี้ยงครอบครัวมาอย่างยาวนาน แต่ยิ่งปลูกเขาก็ประสบปัญหาเป็นอย่างมาก โดยเฉพะในเรื่องของราคาจำหน่ายที่ตกต่ำอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาและครอบครัวมีรายรับไม่คุ้มกับรายจ่าย

"ก็สู้มาเรื่อย จนเห็นว่าทนไม่ไหวแน่ เลยเปลี่ยนอาชีพ คราวนี้มาเลี้ยงโคนม แต่เราก็มีปัญหาอีก เพราะขาดแรงงานในการจัดการดูแล อีกทั้งยังขาดแคลนอาหารหยาบที่จะมาเป็นอาหารแก่โคนมที่เลี้ยง ทำให้ได้ผลตอบแทนกลับมาไม่เต็มที่"

เมื่อเห็นว่าไม่ประสบความสำเร็จแน่นอนกับอาชีพการเลี้ยงโคนม เขาจึงขอสู้ชีวิตอีกครั้ง เปลี่ยนอาชีพใหม่อีกหน คราวนี้ เขาเลือกอาชีพการเลี้ยงแพะ "ทำอยู่ 2 ปี ได้ผลดีมาก เพราะได้ผลผลิตดี ราคาจำหน่ายก็ดี มีแพะเนื้อออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง" เมื่อเริ่มต้นใหม่กับอาชีพการเลี้ยงแพะในปี 2543 เขาได้ใช้เงินลงทุนในการจัดหาสายพันธุ์เข้ามาเลี้ยงหมดไปประมาณ 200,000 บาท โดยเมื่อเริ่มต้นโรงเรือนสำหรับเลี้ยงโคนมได้ถูกดัดแปลงมาสู่เป็นโรงเรือนสำหรับแพะ

แต่ในระหว่างที่เขาเลี้ยงแพะเนื้อนั้น เมื่อศึกษาข้อมูลลึกลงไปประกอบกับได้รับการเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้ สนับสนุนด้านต่างๆ จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำ เขาพบกว่า ตลาดน้ำนมแพะเป็นตลาดที่ใหญ่มีความต้องการมาก อีกทั้งยังมีผู้เลี้ยงที่ประกอบการจำหน่ายน้ำนมแพะยังไม่มากนัก

"เรามองแล้วอนาคตไปได้ด้วยดีแน่นอน จึงปรับปรุงสายพันธุ์ในฟาร์มใหม่ เพื่อให้เป็นแพะสายพันธุ์นม ตอนนั้นเริ่มมาประมาณปี 2545 จนถึงวันนี้เรามีแพะแล้ว 33 ตัว"

สำหรับสายพันธุ์แพะที่คุณธวัชเลี้ยงอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วยพันธุ์ซาแนน, อัลไพน์, ท็อกแกนเบิร์กและลูกผสมแองโกลนูเบียนและซาแนน แต่ละวันจากแม่แพะที่รีดนมได้ในขณะนี้ประมาณ 20 ตัว สามารถผลิตน้ำนมออกมาได้วันละ 30 กิโลกรัม ราคาจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท แต่หากนำไปแปรรูปจำหน่ายเป็นน้ำนมแพะพร้อมดื่ม รายได้ที่ได้รับจะสูงมากขึ้นอีกหลายเท่า

"จากที่ได้ออกทำตลาดเองเราพบว่า มีความต้องการสูงมากเลย วันหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ตัน หากเราสามารถผลิตปอนให้ได้"

ดังที่กล่าวแล้วว่า ในปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ได้เน้นในการผลิตน้ำนมแพะพร้อมดื่มภายใต้ชื่อว่า โรยัสสยาม ที่ส่งออกไปจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ โดยตลาดหลักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่ละวันจึงต้องการน้ำนมแพะเป็นจำนวนมาก จึงได้ทำให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่แห่งนี้ เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 63 ราย แพะนมจำนวน 500 ตัว

น้ำนมแพะที่สมาชิกของกลุ่มรีดได้ในแต่ละวัน จึงถูกนำมาส่งที่บ้านของคุณธวัช โดยราคาที่รับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท "น้ำนมแพะที่เรารวบรวมได้นี้ ตอนนี้เราได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทร์เกษม ในการแปรรูปและบรรจุ"

ปัจจุบันการแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำนมแพะของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลสามพระยาได้มีการพัฒนารูปแบบอย่างต่อเนื่อง จนสามารถมีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้ทั้งในรูปของนมแพะพาสเจอไรซ์ นมแพะสเตอริไลซ์และสบู่นมแพะ และเป้าหมายต่อไปในอนาคต คุณธวัช บอกว่ากำลังจะผลิตออกมาในรูปของครีมบำรุงผิวด้วย

"ตอนนี้ในเรื่องของผลิตภัณฑ์นมแพะ เราได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงมหาดไทยให้เป็นสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้าระดับ 4 ดาวด้วย"

เจ้าของฟาร์มแห่งนี้ ได้กล่าวถึงอาชีพการเลี้ยงแพะนมว่า ในปัจจุบันยังเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีความน่าสนใจมาก เนื่องจากตลาดของน้ำนมแพะมีความต้องการสูง "หากสนใจจริงๆ ผมว่า อย่างหนึ่งที่ต้องถามตัวเองก่อนนั่นคือ มีใจรักหรือไม่ แพะอาจเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายแต่ก็ต้องการความเอาใจใส่ดูแล"

เขาบอกว่า ปริมาณแพะที่เลี้ยงในแต่ละรายนั้น อยู่ที่ประมาณไม่เกิน 50 ตัว จะเป็นระดับที่พอดีและสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยงได้อย่างดี

"หากลงทุนที่คำนวณดูแล้ว ต้องใช้เงินประมาณ 300,000 บาท อันนี้หมายถึงลงทุนครั้งเดียวเลย จะใช้เวลาในการคืนทุนประมาณ 2 ปี"

แต่จากที่สอบถามถึงสายพันธุ์แพะในตอนนี้นับเป็นปัญหาหนึ่งของผู้เลี้ยงที่ต้องการขยายจำนวนในฟาร์มและเกษตรกรรายใหม่ๆ นั่นคือการหาสายพันธุ์แพะยาก เกษตรกรที่เลี้ยงอยู่เองจะไม่ค่อยจำหน่ายแม่พันธุ์กันมากนัก เพราะต้องการเก็บไว้เลี้ยงในฟาร์มของตนเอง "ตอนนี้ลูกแพะอายุประมาณ 5 เดือน ตัวหนึ่งราคาอยู่ที่ประมาณ 5-6 พันบาท ทีเดียว"

ในการเลี้ยงแพะของฟาร์มแห่งนี้ เจ้าของฟาร์มได้บอกว่า จะต้องเน้นเรื่องการจัดการให้ดีเพราะจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้การเลี้ยงประสบความสำเร็จ ซึ่งในเรื่องเกี่ยวกับวิชาการด้านการเลี้ยงการจัดการ จะได้รับการสนับสนุนแนะนำเป็นอย่างดีจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำ

นอกจากฟาร์มของคุณธวัชที่เลี้ยงแพะเพื่อจำหน่ายน้ำนมเป็นหลักแล้ว ในพื้นที่ตำบลสามพระยา ยังมีเกษตรกรที่เลี้ยงแพะเพื่อจำหน่ายเนื้อเป็นหลักด้วย อย่างฟาร์มของนายประวิทย์ เฮ็งซอ ที่ปัจจุบันยังเป็นผู้ใหญ่บ้านของหมู่ 1 ตำบลสามพระยา โดยมีแพะทั้งสายพันธุ์แองโกลนูเบียน พันธุ์ลูกผสมแองโกลนูเบียนและซาแนน อยู่ประมาณ 100 ตัว

ราคาจำหน่ายแพะเนื้อเพศผู้ที่ฟาร์มแห่งนี้จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท โดยใช้ระยะเวลาการเลี้ยงนานประมาณ 6-8 เดือน ได้น้ำหนักประมาณ 20-30 กิโลกรัม ส่วนเพศเมีย น้ำหนักประมาณ 20-25 กิโลกรัม ราคาจำหน่ายเป็นแพะเนื้ออยู่ที่ตัวละ 2,500 บาท

จากคำกล่าวของเจ้าของฟาร์มแห่งนี้บอกว่า ปัจจุบันตลาดเนื้อแพะยังเปิดกว้างมาก โดยทุกวันจะมีพ่อค้าจากกรุงเทพฯ และทางภาคใต้เข้ามารับซื้อถึงที่ฟาร์ม เพื่อนำไปจำหน่ายต่อ รวมถึงการชำแหละเป็นเนื้อราคาที่จำหน่ายกัน ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 150 บาท

สำหรับอาหารในการเลี้ยงแพะ เนื่องจากในพื้นที่อำเภอชะอำ มีต้นกระถินขึ้นอยู่มาก เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะจึงใช้เป็นอาหารหลักสำหรับแพะที่เลี้ยง โดยพวกเขาบอกว่า หากจะใช้กระถินมาเลี้ยงแพะ ต้องมีการให้แพะหัดกินก่อน โดยเริ่มต้นต้องให้ทีละน้อย สลับกับหญ้า จนกระทั่งแพะสามารถกินกระถินได้เต็มที่แล้วจึงให้ได้ในปริมาณมาก วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น

การเลี้ยงแพะของที่นี่จะใช้วิธีการเลี้ยงแบบขังยืนโรง ทั้งเพศผู้เพศเมีย อันเป็นลักษณะการเลี้ยงที่ใช้พื้นที่น้อย แต่ให้ผลตอบแทนสูง

แต่ละวันหลังจากออกตัดกระถินสดแล้วจะนำมาเป็นอาหารแพะโดยการให้ เขาจะนำกระถินสดมามัดรวมกันเป็นมัดใหญ่พอประมาณ แล้วจะนำไปวางพาดไว้บนไม้กระดานที่หน้าคอกเลี้ยง แพะจะมากินกันเอง จากนั้นจึงทำความสะอาดคอกเลี้ยง ที่ต้องเน้นว่า ต้องแห้งอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากแพะไม่ชอบอยู่ในสภาพที่เปียกชื้น

สำหรับผู้สนใจหากต้องการได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะ หรืออยากเยี่ยมชมอาชีพการเลี้ยงแพะของเกษตรกรในตำบลสามพระยา สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี โทร. (032) 425-496 ได้ตลอดเวลา


ที่มา : สื่อเกษตรสารสนเทศทางการเกษตร

[URL] http://www.agmassmedia.com/News/knowledge/techno_2005/articles_12.htm

พิมพ์ทางเครื่องพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ไปให้เพื่อน
Search